วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การดูแลสายท่อกระเพาะอาหาร 4ผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารสะดวก

ผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารสะดวกที่ใส่สายท่อกระเพาะอาหารขณะอยู่ที่ี่บ้าน
ควรได้รับการเอาใจใส่และให้การดูแลในเรื่องต่อไปนี้

การดูแลสายท่อกระเพาะอาหาร ..ล้างมือก่อนอย่างถูกต้องทุกครั้ง
1. สังเกตตำแหน่งของสายท่อกระเพาะไม่ให้มีการเลื่อนหลุด กรณีเมื่อมีการเลื่อนหลุดของสายควรรีบมาพบแพทย์ทัันทีีพร้อมนำสายสำรองมาด้วยทุกครั้ง
2. ควรเปลี่ยนสายตามแพทย์นัดทุก 3-6 เดือน หรือแล้วแต่่ชนิดของสาย
3. ควรหมุนสายท่่อทางเดินอาหารทุกวัน กรณีที่ี่ใส่สายแบบสายสวนทางเดินปัสสาวะนั้น ควรเปลี่ยนน้ำในลูกโปงปลายสายทุกสัปดาห์ โดยใช้น้ำกลั่นเติิมตามขนาดของสาย
4. สังเกตผิวหนังรอบ ๆ รูเปิดของกระเพาะอาหาร ไม่ให้ระคายเคืองหรือมีรอยกดทับ..โดยใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ด(ด้วยมือที่ล้างมือก่อนอย่างถูกต้องทุกครั้ง) หากมีแผลเกิดขึ้นควรเช็ดด้วยน้ำเกลือแล้วปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล
-- หมายเหตุ—น้ำเกลือคืออะไร…/….น้ำเกลือสเตอร์ไลน์ หาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไป


การดูแลการให้นม/สารอาหารทางสายท่อกระเพาะอาหาร

1. ควรล้างมือก่อนให้นม/สารอาหารทุกครั้ง


2. เตรียมอาหารและอุปกรณ์ให้พร้อม.
(ถ้าเป็นนม/สารอาหารควรอุ่นก่อนให ้ประมาณ 10 นาที และทดสอบด้วยว่านม/สารอาหารนั้นอุ่นหรือร้อนจนเกินไปโดยหยดลงบนหลังมือหรืออาจใช้ขวดนมอังแก้มหรือหนังตา )


3. ควรทดสอบตำแหน่งของสายท่อกระเพาะอาหารก่อนให้นม/สารอาหารทุกครั้ง...โดยดูดดูน้ำย่อยหรือใช้แผ่นตรวจกรดด่าง (โปรดแจ้งวิธีทำ ก่อนเพื่อความแน่ใจ ถ้าทำไม่เป็นให้ฝึกที่ศูนย์บริบาล เนื่องจากผู้ที่ทำไม่เป็นอาจเป็นผลให้สายตึง แผลฉีก กระเพาะทะลุ เป็นแผลในกระเพาะ ฯลฯ)


4. ก่อนและหลังให้นม/สารอาหาร ควรจัดท่าผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้นั้น ให้อยู่ในท่าที่สะดวกที่สุด คือ นั่งตัวตรง ถ้ากรณีป่วยอาจให้ศีรษะสูง 45 องศา ตลอดการให้อาหาร เพื่อป้องกันการสำลัก


5. ก่อนและหลังให้นม/สารอาหารควรล้างมือก่อนอย่างถูกต้องทุกครั้ง และเช็ดทำความสะอาดปลายสายทุกครั้ง โดยใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ด


6. สังเกตขณะให้นม/สารอาหาร ให้อย่างช้าๆ คลึงท่อให้ไหลสะดวก สังเกตุว่ามีการสำลักหรือไม่ หลังการให้อาหารควรล้างสายท่อด้วยน้ำสะอาดอุ่น คลึงท่อให้สะอาดทุกครั้ง


7. จดบันทึกชนิดและจำนวนอาหารที่ให้ในแต่่ละมื้อลงในสมุดหรือแบบบันทึก


8. กรณีที่ี่พบอาการผิดปกติ เช่นมีสำลัก ปวดท้อง ท้องอืดมาก บวมตามร่างกาย หรือบวมตามหลังมือหลังเท้า ให้รีบมาพบแพทย์ทันที


9. ชั่งน้ำหนักผู้ป่วยอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และวัดส่วนสูงอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อประเมินภาวะโภชนาการของผู้ป่่วยว่าได้รับอาหารเพียงพอหรือไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น